รอบรู้เรื่องเบรก

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อผ้าเบรก ตอนที่ 2
 
ไม่ว่าจะมือใหม่หัดขับหรือมือขับระดับเซียน ล้วนแล้วแต่ก็คุ้นเคยกับเบรกกันมาทั้งนั้น แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จัก “ผ้าเบรก” อะไหล่ชิ้นสำคัญในระบบเบรกที่ทำให้เราขับรถไปยังจุดหมายได้อย่างปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามฉุกเฉิน แต่ใช่ว่าผ้าเบรกทุกประเภทจะเหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่ทุกรูปแบบ หากผ้าเบรกทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ตัวช่วยที่ว่าสำคัญอาจแปรเปลี่ยนเป็นความเสี่ยงและความสูญเสียก็เป็นได้ รู้อย่างนี้แล้ว จะอุ่นใจกว่าไหม หากเปลี่ยนจากความเสี่ยงมาเป็นความปลอดภัยด้วยการเลือกใช้ผ้าเบรกให้เหมาะสมและถูกประเภทการใช้งานตั้งแต่แรก เพื่อให้ผ้าเบรกทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แล้วการเลือกใช้ผ้าเบรกให้เหมาะสมต้องดูอะไรบ้าง วันนี้ทาง คอมแพ็ค เบรก จะมาไขข้อสงสัยให้ได้รู้กัน
 
รู้จักวัสดุผ้าเบรก เข้าใจเบรกได้มากขึ้น
 
ผ้าเบรกจัดเป็นวัสดุเสียดทาน (Friction Material) มีหน้าที่สร้างแรงเสียดทานกับจานเบรก เพื่อทำให้ล้อหยุดหมุน ซึ่งวัสดุในผ้าเบรกประกอบไปด้วยวัสดุหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวัสดุจากธรรมชาติ และวัสดุที่สังเคราะห์ขึ้น โดยวัสดุแต่ละชนิดทำหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป เช่น ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในผ้าเบรก (Fiber) ทำหน้าที่ร้อยเรียงวัสดุชนิดต่างๆ ในผ้าเบรกเข้าด้วยกัน (Binder) เป็นต้น โดยวัสดุที่ใช้เป็นโครงสร้างหลักในผ้าเบรกที่เป็นที่นิยมในอดีต และในปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่ในประเทศไทยคือ แร่ใยหิน (Asbestos) เนื่องจากแร่ใยหินมีคุณสมบัติที่ทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกสูงและมีราคาถูก แต่ในขณะเดียวกัน มีการวิจัยพบว่าแร่ใยหินเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ หากได้รับการสะสมในปริมาณมาก อาจมีความเสี่ยงสูงที่ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น มะเร็งปอด ปอดอักเสบ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ ผ้าเบรกของ คอมแพ็ค เบรก ทุกประเภทจึงพัฒนาขึ้นโดยไม่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ โดยปัจจุบันผ้าเบรกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ตามแผนผังด้านล่าง
 
 1. ผ้าเบรกประเภท Semi - metallic
ผ้าเบรกประเภท Semi - metallic มีโครงสร้างหลักเป็นวัสดุประเภทโลหะจำพวกเหล็กและเหล็กกล้า ซึ่งมีปริมาณมากถึง 30 - 65% โดยน้ำหนัก ทำให้มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของความแข็งแรง การระบายความร้อน และความสามารถในการยึดจับกับจานเบรก ส่งผลให้ผ้าเบรกมีความทนทาน มีอายุการใช้งานสูง  มีประสิทธิภาพในการเบรกที่ดีเยี่ยม ณ สภาวะอุณหภูมิสูง และยังสามารถช่วยลดปัญหาการเฟด หรือการเบรกไม่อยู่ แต่คุณสมบัติความแข็งแรงก็มีข้อจำกัดที่ทำให้เกิดอัตราการกินจานสูง รวมถึงการเกิดเสียงดังรบกวนและมีปริมาณฝุ่นดำที่ติดล้อเยอะขึ้น
 
ด้วยความทนทาน และอายุการใช้งานสูง ผ้าเบรกประเภท Semi - metallic จึงเหมาะกับการใช้งานหนักไม่ว่าจะเบรกหนัก บรรทุกหนัก หรือรถเชิงพาณิชย์
 
2. ผ้าเบรกประเภท Low - metallic
ผ้าเบรกประเภท Low - metallic เป็นการผสมระหว่างโครงสร้างหลักที่เป็นวัสดุอินทรีย์จำพวกเส้นใยอะรามิด ใยแก้ว ยาง และวัสดุประเภทโลหะในสัดส่วน 10 - 30% โดยน้ำหนัก เช่น เหล็ก เหล็กกล้า ทองแดง รวมถึงมีการเพิ่มผงขัด (Abrasive) ซึ่งมีคุณสมบัติในการเพิ่มสัมประสิทธิ์การเสียดทานของผ้าเบรก ทำให้ผ้าเบรกประเภท Low - metallic มีประสิทธิภาพการเบรกที่ดีกว่าผ้าเบรกประเภทอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนได้ดีจากการมีส่วนผสมของโลหะ จึงมีประสิทธิภาพในการเบรกที่ดีเยี่ยม ณ สภาวะอุณหภูมิสูง แต่แม้ว่าผ้าเบรกประเภทนี้จะมีปริมาณโลหะน้อยกว่าผ้าเบรกประเภท Semi - metallic แต่เนื่องจากมีการเพิ่มวัสดุชนิดผงขัดเข้าไป จึงทำให้ผ้าเบรกมีข้อจำกัดในเรื่องของการเกิดเสียงรบกวน เกิดฝุ่นดำติดขอบล้อ และไม่ถนอมจานเบรก
 
ด้วยประสิทธิภาพในการเบรกของผ้าเบรกประเภท Low - metallic ที่กล่าวไปข้างต้น ผ้าเบรกประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพในการเบรกที่ดีขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง รวมถึงเหมาะกับผู้ใช้รถยุโรปที่ต้องการผ้าเบรกที่ตอบรับสมรรถนะการขับขี่สูง
 
3. ผ้าเบรกประเภท NAO (Non - Asbestos Organic)
ผ้าเบรกประเภท NAO หรือผ้าเบรกประเภท Ceramic มีวัสดุประเภทอินทรีย์เป็นโครงสร้างหลัก เช่น เส้นใยอะรามิด ใยแก้ว ยาง ซึ่งวัสดุอินทรีย์ต่างๆเหล่านี้ ไม่ทนต่อความร้อน ทำให้ประสิทธิภาพในการเบรกลดลง เมื่อต้องเผชิญกับสภาวะอุณหภูมิการเบรกสูงๆ จึงมีการเพิ่มวัสดุประเภทโลหะอ่อน (Non - ferrous metals) ในปริมาณเล็กน้อยในสัดส่วนที่น้อยกว่า 10% โดยน้ำหนัก เช่น ทองแดง โลหะผสม เพื่อทำให้ผ้าเบรกประเภท NAO สามารถทนความร้อนได้ดีขึ้น และเนื่องจากวัสดุอินทรีย์เหล่านี้มีลักษณะทางกายภาพค่อนข้างนุ่มและยืดหยุ่น (High Compressibility) จึงลดความรุนแรงของการเสียดสีระหว่างผ้าเบรกและจานเบรกได้ดีกว่าผ้าเบรกประเภทอื่น ส่งผลให้มีอัตราการกินจานค่อนข้างน้อย อัตราการเกิดฝุ่นค่อนข้างต่ำ ลดเสียงรบกวนจากการเบรกได้ดี และให้ความรู้สึกนุ่มขณะเหยียบแป้นเบรกได้ดีกว่าผ้าเบรกประเภทอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกัน คุณสมบัติความนุ่มและความยืดหยุ่นนี้ ก็ส่งผลให้ผ้าเบรกประเภท NAO มีข้อจำกัดในเรื่องของการสึกหรอของตัวผ้าเบรกที่สูง ทำให้อายุการใช้งานค่อนข้างสั้น เมื่อเทียบกับผ้าเบรกประเภทอื่นๆ และมีประสิทธิภาพในการใช้งานกลางๆ
 
ดังนั้น หากใครกำลังมองหาผ้าเบรกที่มีประสิทธิภาพกลางๆ ถนอมจานเบรก ลดการเกิดฝุ่นดำ และปราศจากเสียงรบกวน รวมถึงใช้ขับขี่ในเมืองทั่วไปหรือใช้งานไม่หนักมาก ผ้าเบรก NAO อาจตอบโจทย์คุณ
 
ตารางสรุป Performance ของผ้าเบรกแต่ละประเภท
 
ตารางสรุปการเปรียบเทียบ Performance ของผ้าเบรกแต่ละประเภท
 
เพราะเราคือ Compact Brake ผู้เชี่ยวชาญด้านเบรกจึงรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ทุกผลิตภัณฑ์ด้วยความใส่ใจและความเข้าใจของ
ผู้ใช้งานจริงมาโดยตลอด เพื่อความปลอดภัยในตัวท่านและครอบครัว

 
บทความก่อนหน้า สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อผ้าเบรก ตอนที่ 1
ติดตามเรื่องราวของเราได้ที่ https://www.facebook.com/CompactBrake
เลือกซื้อผ้าเบรกกับผู้เชี่ยวชาญได้ที่ https://www.compact-brake.com