ถามตอบ

ถามตอบ

   ประสิทธิภาพการเบรก เกิดจาก การทำงานร่วมกันของจานเบรกและผ้าเบรก ดังนั้น ผิวสัมผัสที่ดีจึงเป็นปัจจัยหลักอีกอันหนึ่งที่ต้องพิจารณา นอกจากคุณภาพผ้าเบรก คุณภาพจานเบรก และระบบเบรก

แนวทางดำเนินการ

   1. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของจานเบรก โดยจะต้องไม่บิดตัว มีความหนาที่เท่ากันทั้งชิ้นและมีผิวเรียบ ไม่มีขอบและไม่มีร่องรอยการสึกหรอที่มากผิดปกติ
   2. ทำการเจียรจานเบรก ในกรณีตรวจสอบพบความไม่สมบูรณ์ แต่ต้องพิจารณาความหนาหลังการเจียร โดยกำหนดให้ความหนาที่ใช้งานได้ต้องไม่น้อยกว่าค่ามาตรฐานที่ระบุไว้

   โดยปกติแล้วการเกิดเสียงจากการเบรก  เกิดจากการสั่นสะเทือนของอุปกรณ์เบรกในขณะที่เบรกทำงาน เช่น คาลิปเปอร์  สปริงเบรก  ชุดลูกสูบ ผ้าเบรก และจานเบรก เป็นต้น เมื่อมีชิ้นส่วนที่มีการสั่นสะเทือนมากๆ ก็จะทำให้เกิดเสียงดังในขณะเบรก

สาเหตุ

   1. ความไม่สมบูรณ์ของชุดอุปกรณ์เบรกส่วนต่างๆ
   2. การประกอบติดตั้งที่ผิดขั้นตอน

แนวทางการแก้ไขปัญหา

   1. ในกรณีที่ทำการเปลี่ยนผ้าเบรกชุดใหม่ต้องมีการตรวจสอบความสมบูรณ์ของชุดเบรกทั้งหมดก่อนติดตั้ง
   2. ประกอบติดตั้งผ้าเบรกอย่างถูกวิธีการ
 
   ในกรณีผ้าเบรก Primo ได้มีการออกแบบให้มีการป้องกันการเกิดเสียงเบรกอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านของสูตรการผลิต และมีแผ่นชิมซับเสียง ติดตั้งมาให้อย่างสมบูรณ์แล้ว  ทำให้สามารถลดการเกิดเสียงเบรกที่มาจากตัวผ้าเบรกได้เป็นอย่างดี
 

   ฝุ่นเบรก คือ ฝุ่นของผ้าเบรก และจานเบรกที่มาจากการสึกหรอจากการใช้งาน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าเบรก ชนิดของจานเบรก รูปแบบการใช้งาน และความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ระบบเบรก

สาเหตุ

   1. ชนิดของผ้าเบรกนั้น ก่อให้เกิดฝุ่นดำมากเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น Semi / Low-Metallic ที่นิยมในยุโรป
   2. การสึกหรอจากการใช้งานของผ้าเบรกและจานเบรก อยู่ในเกณฑ์ที่สูง
   3. เกิดอุณหภูมิสูงมากผิดปกติ บริเวณผิวสัมผัสด้านหน้าของผ้าเบรกและจานเบรก

แนวทางการแก้ไขปัญหา

   1. ตรวจสอบความเหมาะสมของผ้าเบรกและจานเบรก ว่าสามารถรองรับรูปแบบการใช้งานหรือไม่
   2. ตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดความร้อนสูงผิดปกติที่ผิวหน้าเบรก พร้อมทั้งแก้ไขอุปกรณ์ให้เป็นปกติ

การแบ่งแยกประเภทสูตรการผลิต



สัญลักษณ์แสดงจำนวน% ของCopper ที่ติดบนกล่อง

1. ทำการถอดปั๊มเบรกล่างและยึดจานดิสก์เบรกให้แนบกับหน้าแปลนดุมล้อและขันน็อตให้แน่น
     1.1 ตรวจสอบผิวจานดิสก์เบรก ควรมีความเรียบเสมอกันไม่มีร่องลึกหรือขอบสูงไม่มีอาการเบรกไหม้เป็นจ้ำๆ หรือจานเบรกเกิดการแตกร้าว
     1.2 วัดความหนาของจานดิสก์เบรก ไม่น้อยกว่าค่ามาตรฐาน
     1.3 ตรวจสอบความบิดเบี้ยวของจานดิสก์เบรกด้วยไดอัลเกจ

2. การเตรียมจานดิสก์เบรกก่อนการติดตั้ง
    2.1 ขัดผิวหน้าจานดิสก์เบรกให้ตัวฟิล์มที่เคลือบจานดิสก์เบรกออกเพื่อปรับผิวหน้าจานดิสก์เบรกก่อนติดตั้งผ้าเบรกใหม่
           - เจียรจานดิสก์เบรกในกรณีที่จานดิสก์เบรกไม่เรียบมีร่องลึกจานดิสก์เบรกเป็นขอบ
           - กรณีเปลี่ยนจานดิสก์เบรกใหม่ ควรล้างสารเคลือบผิวจานดิสก์เบรกด้วยน้ำยาทำความสะอาดเบรก
    2.2 ทำความสะอาดฝุ่นเหล็กที่ผิวจานหลังการเจียรนัย โดยการขัดออกด้วยกระดาษทรายแล้วเป่าฝุ่นเศษเหล็กที่ติดที่ผิวจานออก จากนั้นจึงทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดจานเบรกหรือน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป
    2.3 ใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อดันลูกสูบกลับเข้าที่

หมายเหตุ:  สังเกตระดับน้ำมันเบรกในกระปุก ไม่ให้ล้นจากกระปุกน้ำมันเบรก

3. การเตรียมผ้าเบรกก่อนการติดตั้ง
    3.1 เลือกผ้าดิสก์เบรกหรือแนะนำผ้าดิสก์เบรกให้ถูกต้องกับรุ่นรถและการใช้งานของลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยน
    3.2 ควรตรวจสอบความสมบูรณ์ของดิสก์เบรก
    - หน้าผ้าดิสก์เบรกไม่มีสิ่งสกปรกติดอยู่
    - ผ้าดิสก์เบรกอยู่ในสภาพสมบูรณ์

หมายเหตุ: ตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับติดตั้งผ้าดิสก์เบรกในชุดคาลิปเปอร์(แผ่นรองดิสก์เบรกหน้า, แผ่นซับเสียง และสปริงต่างๆ)
   
    3.3 ทาสารหล่อลื่น(จาระบีสำหรับเบรกโดยเฉพาะ) บริเวณจุดสัมผัสที่มีการเสียดสีระหว่างดิสก์เบรกกับคาลิปเปอร์ / แผ่นซับเสียง
   การเจียรจานเบรก คือ การปรับสภาพผิวหน้าจานเบรกอันเดิม โดยเครื่องเจียรจานเบรกเพื่อให้ผิวหน้าจานเบรกมีความเรียบและความขนานที่ดี สมบูรณ์พร้อมก่อนการติดตั้งใช้งาน
   นอกเหนือจากนี้ ยังต้องมีการทำความสะอาดผิวจานเบรก หลังการเจียร ที่มักจะถูกละเลยวิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง อันจะนำมาซึ่งปัญหาเรื่องการเกิดเสียงเบรกหลังการเจียรจานเบรก

สาเหตุของปัญหา

   มีเศษละอองโลหะของจานเบรกติดอยู่ที่ผิวจานเบรกหลังการเจียร เมื่อติดตั้งผ้าเบรกเข้าใช้งาน ตัวผ้าเบรกจะเสียดสีกับจานเบรกในขณะที่เราเบรกและเก็บเอาละอองโลหะนั้นมาสะสมไว้ที่ผิวหน้าผ้า ทำให้ผิวหน้าเต็มไปด้วยโลหะและเป็นที่มาของการเกิดเสียงเบรกนั่นเอง

แนวทางการแก้ไขปัญหา

  1. หลังการเจียรจานเบรก ให้ทำการขัดผิวหน้าจานด้วนกระดาษทรายเพื่อลบรอยเจียรก่อนแล้วทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำ, น้ำผงซักฟอก, น้ำสบู่, น้ำยาล้างคราบ ฯลฯ แล้วจึงทำการเป่าด้วยลม และเช็ดให้แห้ง
  2. หากใช้ผ้าเบรกชุดเดิม ให้ทำการขัดผิวหน้าที่มีเศษโลหะออกให้เรียบ ( ขัดเป็นแนวเลข 8 ) ประกอบติดตั้งชุดผ้าเบรกและทำการหล่อลื่นทุกจุดที่มีการเสียดสี ทุกจุดที่มีการเคลื่อนที่

   เศษละอองโลหะของจานเบรกติดอยู่ที่ผิวจานเบรกหลังการเจียร เมื่อติดตั้งผ้าเบรกเข้าใช้งาน ตัวผ้าเบรกจะเสียดสีกับจานเบรกในขณะที่เราเบรกและเก็บเอาละอองโลหะนั้นมาสะสมไว้ที่ผิวหน้าผ้าเบรก ทำให้ผิวหน้าผ้าเบรกเต็มไปด้วยโลหะและเป็นที่มาของการเกิดเสียงเบรก

ดังนั้นหลังการเจียรจานเบรกเราควรที่จะล้างทำความสะอาดเศษละอองโลหะบนจานเบรกออกทุกครั้งก่อนการประกอบติดตั้ง
   ในการทำงานของเบรก จะมีกระบวนการที่สำคัญ คือ การถ่ายเทฟิล์มบางๆระหว่างผ้าเบรกและจานเบรกในขณะที่มีการเบรก โดยกระบวนการนี้จะส่งผลถึงประสิทธิภาพในการเบรกโดยตรง หากมีการถ่ายเทที่ทั่วถึงเต็มพื้นที่ผิวสัมผัส ประสิทธิภาพในการเบรกก็จะสมบูรณ์

สาเหตุ
   เกิดการถ่ายเทฟิล์มหนาไม่เท่ากันพื้นที่ผิวสัมผัส ระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก

แนวทางการแก้ไขปัญหา

   1. ตรวจสอบการเคลื่อนที่ของผ้าเบรก และปรับปรุงให้มีความเคลื่อนที่อย่างราบเรียบไม่ติดขัด
   2. ทำการขัดลบฟิล์มที่ไม่สมบูรณ์ออกแล้วทำการรันอินถ่ายเทฟิล์มใหม่ให้สมบูรณ์
• ผ้าเบรก PRIMO ผ่านการทดสอบอย่างต่อเนื่องที่อุณหภูมิสูงสุด มากกว่า 500◦c ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า สามารถผ่านการใช้งานที่อุณหภูมิสูงได้อย่างปลอดภัย
• ในการใช้งานแบบทั่วไป มีอุณหภูมิการใช้งานไม่มากกว่า 200◦c
• โดยทั่วไปความเข้าใจในเรื่องการทนความร้อน จะพุ่งความสนใจไปที่ การทนความร้อนของผ้าเบรก ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ยังมีในส่วนของอุปกรณ์ระบบเบรกที่เกี่ยวเนื่องด้วย เช่น คาลิปเปอร์ ลูกยางเบรก ยางกันฝุ่น และน้ำมันเบรก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมา ต่างก็มีความสำคัญและส่วนมากทนความร้อนได้ต่ำกว่าผ้าเบรกมาก
• ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับความร้อนในระบบเบรก ที่จะกระทบกับประสิทธิภาพของน้ำมันเบรกและลูกยางต่างๆในระบบเบรกด้วย
หลักการรันอิน ให้เกิดประสิทธิภาพเบรกสูงสุด
   1. ปรับสภาพผ้าเบรกให้พร้อมใช้งาน
   2. ปรับสภาพผิวระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก
   3. ถ่ายเทฟิล์มที่เกิดจากการเบรก ระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก

วิธีการรันอิน โดยสังเขปทั่วไป
   1. ตรวจสอบความพร้อมของระบบเบรกก่อนทำการรันอิน
   2. เบรกชะลอความเร็วรถ ด้วยแรงเบรกปานกลาง ที่ความเร็วประมาณ 80 km/h ให้ลดลงมาที่ 30 km/h
   3. ทำซ้ำจนเกิดฟิล์มเคลือบอย่างสม่ำเสมอจนทั่วผิวจานเบรก ( โดยทั่วไป ประมาณ5-10ครั้ง )

คำเตือน  ห้ามทำการเบรกอย่างรุนแรงหลายครั้งติดต่อกัน เพราะจะทำให้ผิวผ้าเบรกและผิวจานเบรกไหม้ ประสิทธิภาพการเบรกจะลดลง (ลดลงชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับความรุนแรงที่ได้รับ)

ถ้าเป็นการขับขี่ทั่วไปในเมืองอยู่แล้วยังจำเป็นต้องรันอินหรือไม่
   การขับขี่แบบปกติ ในเมืองเป็นส่วนใหญ่ หากอุปกรณ์ระบบเบรก, จานเบรกสมบูรณ์ หากใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ที่มีการเตรียมสภาพผิวหน้าผ้าเบรกให้พร้อมใช้งานมาแล้ว เช่น PRIMO ก็ไม่จำเป็นต้องทำการรันอินก่อนการใช้งาน เพราะรูปแบบการใช้งานเป็นแบบปกติ ไม่ได้ใช้ความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับรถแข่ง

การทำการรันอิน ควรทำในกรณีที่รูปแบบการขับขี่เป็นแบบใช้ความเร็วสูงต่อเนื่อง และต้องการประสิทธิภาพระบบเบรกสูงสุดตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้งาน
   Primo เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเป็นการเฉพาะสำหรับรองรับรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวัน ของผู้ขับขี่ที่เน้นความสะอาดสวยงามของอุปกรณ์เบรก ไม่เกิดเสียงรบกวนจากการเบรก มีสมรรถนะด้านการเบรก ความปลอดภัยและมาตรฐานผลิตภัณฑ์เบรกในระดับสากล

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
   1. อัตราการเกิดฝุ่นเบรกต่ำมาก เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆในท้องตลาด
   2. อัตราการเกิดเสียงเบรกต่ำมาก เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆในท้องตลาด
   3. อัตราการกินจานเบรกต่ำมาก เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆในท้องตลาด
   4. ผลิตภัณฑ์มีความสวยงาม ออกแบบมาสำหรับประสิทธิภาพระดับสูง

Primo เป็นผ้าเบรกสูตรอะไร
   • Clean Drive Formulation Design : เป็นสูตรที่อยู่ในกลุ่ม Low Copper Ceramic ซึ่งเป็น New Design Ceramic : กลุ่มเซรามิก รูปแบบใหม่
   • สูตรผลิตภัณฑ์ที่เน้นความเป็นมิตรกับรถและสิ่งแวดล้อม : Clean Drive 
   • นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก COMPACT BRAKE เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ที่ต้องการความนุ่มนวล เงียบ ลดฝุ่นติดล้อ และปลอดภัย

Primo เป็นมิตรกับรถและสิ่งแวดล้อมอย่างไร
   • เป็นมิตรกับรถคุณ
     1. ประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ระดับมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก
     2. เป็นมิตร: อัตราการกินจานเบรกต่ำ และ อัตราการเกิดฝุ่นเบรกต่ำ

   • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
     1. ใช้วัตถุดิบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
     2. สูตรการผลิต มาตรฐานควบคุมเดียวกับ America : Low Copper formulation
     3. อัตราการเกิดฝุ่นเบรกต่ำก็จะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำไปด้วย

   ในช่วงเช้า จะมีความชื้นสะสมสูงมากที่ผิวหน้าผ้าเบรกและจานเบรก  อันจะทำให้เกิดความไม่สมบูรณ์ของการจับกันระหว่างผ้าเบรกและจานเบรกในช่วงแรกของการใช้งาน

สาเหตุ
   ความชื้นสะสมประกอบกับการเคลื่อนตัวของชุดเบรกไม่สมบูรณ์ เช่น มีความฝืด เกิดการเสื่อมในอุปกรณ์บางชิ้น เช่น ลูกยางต่างๆ ก็จะเป็นสาเหตุของการเกิดเสียงในการใช้งานช่วงเช้าได้

แนวทางการแก้ไขปัญหา
   เบื้องต้นให้ทำการทดลองแตะเบรกหลายๆครั้ง  เพื่อไล่ความชิ้นที่มีอยู่ที่ผิวหน้าผ้าเบรกและจานเบรก  จากนั้นสังเกตว่าเสียงเบรกหายไปหรือไม่  หากเสียงเบรกหายไปก็แสดงว่ามีความฝืดที่อุปกรณ์เบรกบ้างเล็กน้อยควรทำการหล่อลื่น  หากเสียงเบรกยังไม่หายไป ควรตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในระบบเบรกอย่างละเอียด

   ในกรณีที่มีการแตะเบรกเบาๆ แรงกระทำที่เกิดจากการเบรกก็จะน้อยลงไปด้วย  ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของชิ้นส่วนต่างๆ ในระบบเบรกได้ง่าย

สาเหตุ
   1. หากมีชิ้นส่วนในระบบเบรกที่หลวมมากกว่าปกติก็จะเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดเสียงเบรกได้ 
  2. ในทางกลับกันหากมีการเคลื่อนที่ของแกนสไลด์หรือลูกสูบเบรกที่ไม่ดี  หรือมีการติดขัดจะทำให้ผิวสัมผัสระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรกไม่สมบูรณ์ ก็จะทำให้เกิดเสียงเบรกได้เช่นกัน

แนวทางการแก้ไขปัญหา
   ให้ทำการตรวจสอบและแก้ไขความสมบูรณ์ของอุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนที่ เช่น แกนสไลด์  ชุดสปริงเบรก  ลูกสูบเบรก  การเคลื่อนที่ของผ้าเบรก  สภาพผิวหน้าผ้าเบรกและจานเบรก เป็นต้น

   เสียงที่เกิดขณะค่อยๆ ปล่อยเบรก มาจากการสั่นสะเทือน โดยที่ชุดเบรกสร้างแรงเสียดทานต่อกันเป็นจังหวะ ไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่เราปล่อยเบรก ถึงแม้จะปล่อยแป้นเบรกจนเกือบสุดแล้ว ก็ยังคงมีแรงเสียดทานกันระหว่างผ้าเบรกและจานเบรกเกิดการจับกันเป็นจังหวะ

สาเหตุ
   1. การสร้างฟิล์ม, การถ่ายเทฟิล์มระหว่างผ้าเบรกและจานเบรก เกิดขึ้นอย่างไม่สมบูรณ์
   2. การเคลื่อนตัวของชุดเบรกมีการติดขัดในบางตำแหน่ง ทำให้มีการคืนตัวที่ไม่สมบูรณ์ เช่น การคืนกลับของน้ำมันเบรก , การคืนกลับของคาลิปเปอร์ , การคืนกลับของผ้าเบรก
   3. ความสมบูรณ์ของจานเบรก เช่น จานเบรกเกิดการบิดตัว  คดงอ หรือไม่เรียบ เป็นต้น

แนวทางการแก้ไขปัญหา
   1. ทำการปรับหน้าผ้าเบรกและจานเบรกพร้อมทั้งรันอินใหม่ให้สมบูรณ์
   2. ทำการปรับปรุงชุดอุปกรณ์เบรกให้มีการเคลื่อนตัวที่ดี

Brake pads bedding in
การรันอินผ้าเบรกอย่างถูกวิธีจะทำให้การถ่ายเทฟิล์มระหว่างผ้าเบรกและจานเบรกเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์
   1. ตรวจสอบความพร้อมของระบบเบรกก่อนทำการรันอิน
   2. เบรกชะลอความเร็วรถ ด้วยแรงกดเบรกปานกลาง ที่ความเร็วประมาณ 80 km/h ให้ลดลงมาที่ 30 km/h
   3. ทำซ้ำจนเกิดฟิล์มเคลือบอย่างสม่ำเสมอจนทั่วผิวจานเบรก ( โดยทั่วไป ประมาณ5-10ครั้ง )

หลักการ รันอินผ้าเบรกใหม่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพเบรกสูงสุด
   1. ปรับสภาพความพร้อมของหน้าผ้าเบรก :: ให้ผิวหน้าผ้าเบรกพร้อมใช้งาน
   2. ปรับสภาพผิว ระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก :: ให้ผิวหน้าผ้าเบรกแนบสนิทกับผิวจานเบรก
   3. ถ่ายเทฟิล์ม จากผ้าเบรกไปสู่จานเบรก :: ให้เกิดฟิล์มเคลือบที่ผิวจานเบรก

ในขณะทำการเบรกจะมีอุปกรณ์ที่ทำงานพร้อมๆ กันหลายชิ้น เช่น คาลิปเปอร์  แกนสไลด์  ลูกสูบเบรก การเคลื่อนตัวของผ้าเบรกในชุดสปริงคาลิปเปอร์ การบีบตัวของผ้าเบรกและจานเบรก การเคลื่อนไหวของชุดช่วงล่าง เป็นต้น
อุปกรณ์ทุกส่วนที่กล่าวมา มีผลอย่างมากต่อการเกิดเสียงเบรก

สาเหตุ
เกิดความผิดปกติของการทำงานในชุดอุปกรณ์ระบบเบรกส่วนต่างๆ

แนวทางการแก้ไขปัญหา
1. ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมด เช่น ผ้าเบรก จานเบรก ชุดคาลิปเปอร์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมสำหรับการใช้งาน
2. ประกอบติดตั้งชุดเบรกอย่างถูกวิธีการ

การตรวจสอบอุปกรณ์ภายในระบบเบรกให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
1. ตรวจสอบยางกันฝุ่นแกนสไลด์ และยางกันฝุ่น/ซีล ลูกสูบเบรก โดยสังเกตว่ามีการเสียรูป ฉีกขาด รวมถึงรั่วซึมของน้ำมันเบรก หรือมีการบวมหรือไม่
2. ตรวจสอบแกนสไลด์โดยการโยกเลื่อนชุดปั๊มเบรกล่าง โดยไม่ควรมีการติดขัดระหว่างการเคลื่อนตัวของแกนสไลด์
3. ตรวจสอบชุดแผ่นสปริงรองที่ติดตั้งกับคาลิปเปอร์ ชิ้นส่วนสปริงต้องครบถ้วน ตรวจสอบการชำรุด บิดงอเสียรูปของสปริง
4. ตรวจสอบท่ออ่อนน้ำมันเบรก

การตรวจสอบจานเบรกให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
1. ทำการถอดปั๊มเบรกล่างและยึดจานดิสก์เบรกให้แนบกับหน้าแปลนดุมล้อและขันน็อตให้แน่น
2. ตรวจสอบผิวจานดิสก์เบรก ควรมีความเรียบเสมอกันไม่มีร่องลึกหรือขอบสูงไม่มีอาการเบรกไหม้เป็นจ้ำๆ หรือจานเบรกเกิดการแตกร้าว
3. วัดความหนาของจานดิสก์เบรก ไม่น้อยกว่าค่ามาตรฐาน
4. ตรวจสอบความบิดเบี้ยวของจานดิสก์เบรกด้วยไดอัลเกจ

 
   การใช้งานในช่วงที่มีฝนตกหรือมีน้ำขัง จะเกิดฟิล์มของน้ำที่ผิวหน้าของผ้าเบรกและจานเบรก โดยมีน้ำกั้นอยู่ตรงกลางซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดเสียงเบรกได้ และทำให้ประสิทธิภาพในการจับตัวของผ้าเบรกกับจานเบรกไม่สมบูรณ์ รวมถึงอาจเกิดอาการลื่นของผ้าเบรกในช่วงของการใช้งานนั้น จนกว่าจะมีการไล่ฟิล์มน้ำออกจากผิวหน้าจนหมด

สาเหตุ
   มีความชื้นและฟิล์มน้ำกั้นระหว่างผิวหน้าผ้าเบรกและจานเบรก

แนวทางการแก้ไข 
   ให้ระมัดระวังการใช้งานเบรกในช่วงที่มีฝนตกหรือมีน้ำขัง  พร้อมทั้งเบรกหลายๆ ครั้งเพื่อไล่ฟิล์มน้ำออกจากผิวหน้าผ้าเบรกและจานเบรก  ให้ประสิทธิภาพเบรกกลับคืนมาเป็นปกติ
   โดยปกติแล้ว ฝุ่นเบรกเกิดจาก การสึกหรอของผ้าเบรกและจานเบรกออกมาเป็นฝุ่นละออง และมักจะรวมตัวสะสมอยู่ในคาลิปเปอร์, จานเบรกและที่ล้อรถยนต์

สาเหตุ
  1. เกิดจากการที่ฝุ่นเบรกเดิมหลุดออกมาจากชุดเบรก โดยเฉพาะกรณีที่ชุดเบรกต้องเปียกน้ำ, ลุยฝน
  2. เกิดการสึกหรอมากผิดปกติของผ้าเบรกและจานเบรกจากการติดขัดของอุปกรณ์ในชุดเบรก

แนวทางการแก้ไขปัญหา
  1. ในการเปลี่ยนผ้าเบรกชุดใหม่ควรทำความสะอาดฝุ่นเบรกเก่าออกจากระบบ เช่น จานเบรกและคาลิปเปอร์ เพราะทั้ง 2 ส่วน จะมีการสะสมของฝุ่นเบรกในปริมาณที่สูงมาก
  2. ตรวจสอบหาสาเหตุของการสึกหรอที่ผิดปกติ เช่น อาการการติดขัดของส่วนต่างๆในชุดเบรก

ในส่วนของผ้าเบรก Primo ได้มีการออกแบบพิเศษให้เกิดฝุ่นจากการเบรกที่ต่ำมาก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน ที่มีความต้องการเบรกที่มีฝุ่นน้อย

การทำความสะอาดจานเบรกและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
  1. ขัดผิวหน้าจานดิสก์เบรกให้ตัวฟิล์มที่เคลือบจานดิสก์เบรกออกเพื่อปรับผิวหน้าจานดิสก์เบรกก่อนติดตั้งผ้าเบรกใหม่
      - เจียรจานดิสก์เบรกในกรณีที่จานดิสก์เบรกไม่มีความเรียบ, มีร่องลึก, จานดิสก์เบรกเป็นขอบ
      - เปลี่ยนจานดิสก์เบรกใหม่ ควรล้างสารเคลือบผิวจานดิสก์เบรกด้วยน้ำยาทำความสะอาดเบรก

  2. ทำความสะอาดฝุ่นเหล็กที่ผิวจานหลังการเจียรนัย โดยการล้างเป่าฝุ่นเศษเหล็กที่ขัดออก และทำความสะอาดด้วยน้ำยาทำความสะอาดจานเบรก
หรือน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป
   จานเบรกสึกเป็นร่องเส้นลึก คือ การสึกหรอของจานเบรกเป็นลายเส้น จากการเสียดสีของผ้าเบรกและจานเบรกเป็นจุดตามแนวรัศมี ไม่เกิดการเสียดสีแบบเต็มหน้าสัมผัส ก่อให้เกิดร่องเป็นเส้นลึกบนผิวจานเบรกให้เห็น

สาเหตุ
  1. มีเศษผงของกรวดทราย,สิ่งปลอมปน แทรกเข้าไปอยู่ในผิวสัมผัสของผ้าเบรกและจานเบรก
  2. เกิดความร้อนสะสมในบางตำแหน่งสูงมาก ทำให้การหล่อลื่นระหว่างผิวผ้าเบรกและจานเบรกทำได้ไม่สมบูรณ์

แนวทางการแก้ไข
  1. ทำความสะอาดชุดเบรกและผิวหน้าผ้าเบรกให้ปราศจากฝุ่นทราย, สิ่งปลอมปน
  2. ตรวจสอบและแก้ไขการเกิดความร้อนสูงผิดปกติ รวมถึงการเคลื่อนที่ของผ้าเบรก, แกนสไลด์, ลูกสูบ  ให้มีความสมบูรณ์ไม่ติดขัด
ลักษณะจานเบรกที่ไม่สมบูรณ์ต้องเจียรก่อนการติดตั้งเบรก
     1. จานเบรกที่มีการสึกหรอมีลักษณะผิวเป็นคลื่น
     2. จานเบรกที่มีการสึกเป็นเส้นลึก สึกหรอผิดปกติ
     3. จานเบรกที่สึกหรอมีขอบเป็นสันสูงทั้งด้านนอกและด้านใน
     4. จานเบรกที่มีการบิดตัว แกว่งเสียศูนย์
     5. จานเบรกที่มีความหนาทั้งชิ้นไม่เท่ากัน

ส่วนจานเบรกที่มีรอยแตกร้าว และจานเบรกที่มีความหนาต่ำกว่าค่าที่กำหนดไว้ ไม่ควรเจียร แนะนำให้ทำการเปลี่ยนเป็นจานเบรกชิ้นใหม่ก่อนการใช้งาน

   ในกรณีจานดิสก์เบรกมีค่าระบุที่ค่าต่ำสุดของความหนาจานดิสก์เบรกที่ 26 มิลลิเมตร  แต่จากการตรวจสอบโดยการวัดพบว่าความหนาดังกล่าวของจานเบรกอยู่ที่  20 มิลลิเมตร  ซึ่งต่ำกว่าที่กำหนดมากจึงควรเปลี่ยนจานเบรกใหม่
     การสึกหรอของจานเบรก เกิดจากการเสียดสีกับผ้าเบรกขณะเราทำการเบรก และในเวลาเดียวกันจะเกิดความร้อนขึ้นจากผิวสัมผัสนั้น ทั้งที่ผ้าเบรกและจานเบรก
ผ้าเบรกจะถูกออกแบบมาให้ทนต่อความร้อนจากการใช้งาน แต่ที่จานเบรกการทนทานต่อความร้อนจะลดลงเรื่อยๆตามสภาพความร้อนที่ได้รับและความหนาจานเบรกที่ลดลงจากการใช้งาน
 
ปัจจัยที่ส่งผลต่อความทนทานของจานเบรก
   1. ความสมบูรณ์ของระบบเบรก เบรกที่มีการติดขัดของอุปกรณ์ จะส่งผลให้มีการสึกหรอที่สูงกว่าปกติ
   2. ชนิดของวัสดุจานเบรกยังมีประสิทธิภาพและมีความทนทานต่อการใช้งานต่อเนื่องเพียงใด
   3. ความหนาของจานเบรก การที่มีความหนาลดลง อุณหภูมิจากการใช้งานจะสูงขึ้นเร็วมากและการคายความร้อนจะทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้เกิดการสึกที่เร็วมากขึ้น

Primo มีการออกแบบที่เน้นความเป็นมิตรต่อจานเบรก ดังนั้นผลในการใช้งานจึงมีการสึกหรอที่ดีกว่า
    เส้นและรอยลึกเป็นร่องๆที่จานเบรก คือ อาการสึกหรอของจานเบรกที่มีลักษณะเป็นริ้ว ไม่เต็มทั้งผิวหน้าจานเบรก เกิดเป็นสันและร่อง ทำให้ผิวหน้าสัมผัสไม่เรียบ อันจะก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนที่ผิดปกติและประสิทธิภาพเบรกลดลง และมักจะเกิดเสียงเบรกตามมา

สาเหตุ
  1. มีการสะสมความร้อนสูงที่ผิวหน้าสัมผัสเบรก จากการใช้งานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้การหล่อลื่นระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรกบริเวณผิวสัมผัสการเบรกไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
     2. เกิดอาการติดขัด,การเคลื่อนตัวถอยกลับของผ้าเบรกออกจากจานเบรกทำได้ไม่ดี ในขณะที่เราปล่อยเบรก(หลังการถอนแป้นเบรกออก)
     3. จานเบรกมีคุณสมบัติด้านการทนทานต่อการสึกหรอลดลง หลังการเจียรจานเบรก

แนวทางการแก้ไข
    1. หลีกเลี่ยงการใช้งานเบรกติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เช่น ใช้เกียร์ต่ำช่วยขณะขับรถลงทางลาดชัน
    2. ตรวจสอบและแก้ไขชุดคาลิปเปอร์ให้มีการเคลื่อนตัวของอุปกรณ์และผ้าเบรกที่ดี
    3. ตรวจสอบความหนาจานเบรก หลังการเจียรให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์ใช้งาน ไม่ใช้จานเบรกที่บางกว่าค่ากำหนด